friend   (490 views)

What is friend doing now?

เนตล่มบ่อย ถ้าไม่ตอบกลับไปขออภัยน่ะเจ้าค่ะ.
8 days ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

August 10
 
Advertisement

Info

Birthday

August 10

Location

Thailand

 

Interests

a href="http://photobucket.com/images/pug" target="_blank">P-U-G Pictures, Images and Photos

Favorite Music

 

Favorite Movies

a href="http://photobucket.com/images/pug" target="_blank">pug Pictures, Images and Photos
 

Favorite TV Shows

>click to comment
 

Favorite Books

click to comment
 

Favorite Quote

click to comment
 

hi5 Games

Play hi5 Games

friend hasn't played any games recently.

 

Applications

Browse Applications

Drinks
Have drinks with your friends: take tequila shots, drink margheritas and more!

Gifts
Send your friends unicorns, penguins, champagne and more!

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

friend has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for friend

Jan 6 8:48 AM
 
หัวข้อ: "รู้จริง"กับ"จำได้"
วันที่: 6 ม.ค. 23:20 น.
“รู้จริง” กับ “จำได้” ไม่เหมือนกัน

“การรู้จริง” กับการ “จำได้หมายรู้” นั้น มิใช่เป็นอย่างเดียวกัน ผลจึงไม่เหมือนกัน รู้จริงผลจึงจะจริง รู้แบบจำได้ผลก็ย่อมเป็นผลแบบที่จำมาได้เท่านั้น ความรู้ให้จริงจึงสำคัญมากสำหรับผู้ปรารถนาผลจริงและความรู้จริงในอริยสัจจ์จะเกิดได้ ก็ต้องอาศัยความจำได้เป็นเพียงพื้นฐาน แล้วปฏิบัติให้เกิดความรู้จริงขึ้นมาด้วยตนเอง

คำว่าปฏิบัติในที่นี้ หมายถึง “การพิจารณาเหตุผลทบทวน ไม่ว่างเว้นจนได้ความรู้จริงประจักษ์ใจ” ได้ความรู้จริงในอริยสัจจ์ประจักษ์ใจขั้นไหนก็วางทุกข์ได้ขั้นนั้น มากน้อยตามขั้นของความรู้จริงนั้นไม่ว่าจะเป็นทุกข์ในเรื่องใดก็ตาม ความรู้จริงในอริยสัจจ์ย่อมแก้ได้ทั้งสิ้น

ดังนั้นความรู้จริงในอริยสัจจ์จึงเป็นยอดของความรู้ที่ผู้ปรารถนาความพ้นทุกข์ ตั้งแต่น้อยที่สุดจนถึงมากที่สุดจะพึงปฏิบัติอบรมให้เกิดขึ้น

: การบริหารทางจิตสำหรับผู้ใหญ่
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

 
 
 
Jan 6 7:10 AM
Jerm says:
 
แหนมสบายดีนะ?
สุขสันต์วันปีใหม่...คิดถึงเพื่อนเสมอน่ะ
 
 
Jan 5 9:24 PM
 
หัวใจนักสู้ของ นิค วูจิซิค หนุ่มพิการไม่มีแขน-ขา




















เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Nick Vujicic และ pantip.com

ย่างก้าวชีวิตของเราแต่ละคนล้วนมีอุปสรรคและสิ่งท้าทายเข้ามาอยู่เสมอๆ บางคนก็สามารถก้าวพ้นความลำบากนั้นไปได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคน ที่กำลังพยายามต่อสู้ต่อไป แม้จะเหนื่อยล้ามากเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าใครกำลังท้อแท้และสิ้นหวัง หรือหมดกำลังใจแล้ว ลองมาดูเรื่องราวของ "นิค วูจิซิค" หนุ่มพิการชาวออสซี่คนนี้ดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า ยังมีคนอีกมากที่ลำบากกว่าเรา

"นิค วูจิซิค" (Nick Vujicic) หนุ่มออสเตรเลีย วัย 26 ปี เกิดมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2525 . . . "นิค" เกิดมาไม่ได้สมประกอบเหมือนคนอื่น เขาไม่มีแขนทั้งสองข้าง มีแต่ขาสั้นๆ ข้างเดียวที่มีนิ้วโป้งโผล่ออกมาสองนิ้วเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้ ปล่อยให้ชีวิตเดินไปตามโชคชะตา และไม่พร่ำบ่นถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขา

"นิค" เป็นคนมองโลกในแง่ดี เขาคิดเสมอว่า ความบกพร่องทางร่างกายของเขา คือการทดลองที่พระเจ้ามอบให้ แม้ว่าคนในครอบครัวของเขาต่างเสียใจที่ "นิค" เกิดมาด้วยสภาพนี้ แต่ "นิค" กลับทำให้ทุกคนได้เห็นว่า เขาเป็นเหมือนคนปกติ มีร่างกายแข็งแรง เพียงแต่ไม่มีแขนและขาเท่านั้น








"นิค" บอกพ่อแม่ว่า เขาอยากใช้ชีวิตตามปกติ และไม่ต้องการให้ใครมาดูแลเป็นพิเศษ นั่นทำให้ "นิค" ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาๆ ทั่วไป "นิค" สามารถต่อสู้กับกฎหมายที่ระบุไว้ว่า ห้ามคนพิการเข้าเรียนในโรงเรียนชั้นนำ_ ได้สำเร็จ ทำให้เขากลายเป็นคนพิการรุ่นแรกๆ ที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนระดับแถวหน้า แม้เขาจะต้องเผชิญกับ "สายตา" ของคนอื่นที่มองมา และสื่อให้เห็นว่าเขาเป็นคนแปลกแยก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ "นิค" ท้อถอยแต่อย่างใด เพราะได้รับกำลังใจที่ดีจากครอบครัว ที่คอยกระตุ้นให้เขารู้สึกดี และเข้มแข็งขึ้นนั่นเอง

ในที่สุด "นิค" ก็ฝ่าฟันอุปสรรคก้าวแรกไปได้อย่างสวยงาม เขาสำเร็จการศึกษา คว้าปริญญาตรีด้านการค้า เอกการวางแผนด้านการเงินและบัญชี มาได้สำเร็จ และเป็นการลบคำสบประมาทของใครหลายๆ คน ที่มองว่า "นิค" ไม่น่าจะทำได้ "นิค" รู้ดีว่า ความสำเร็จของเขาเกิดขึ้นได้ เพราะมีกำลังใจที่ดี และไม่ท้อแท้ นั่นทำให้ "นิค" มีความปรารถนาที่จะแบ่งปันและส่งต่อกำลังใจเหล่านั้น ให้กับเพื่อนมนุษย์ที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวัง อย่างที่เขาเคยประสบมาก่อน








ด้วยเหตุนี้ทำให้ "นิค" ได้เดินทางไปบรรยายสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก เขาพยายามปลุกให้ทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกครั้งหนึ่ง โดย "นิค" มักพูดเสมอว่า หากวันหนึ่งใครก็ตามที่ล้มและไม่มีกำลังจะลุกขึ้น ไม่มีความหวังเกิดขึ้นอีกแล้ว ขอให้หันกลับมามองชีวิตของเขาที่ไม่มีแขน ไม่มีขา ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดว่าเขาจะลุกขึ้นมาได้ แต่เขาก็พยายามที่จะลุกขึ้นมา ครั้งแรก ครั้งที่สองสาม … หรือแม้จะเป็นครั้งที่ร้อย ครั้งที่พันเขาจะลุกไม่ได้ แต่หลังจากที่เขาพยายามทำและไม่ท้อแท้ ทำให้ ณ วันนี้เขาสามารถลุกเดินได้สำเร็จ








"ถ้าผมล้ม…แล้วยอมแพ้ คุณคิดว่าผมจะลุกขึ้นอีกได้ไหม" เป็นคำถามที่ "นิค" ถามกับทุกคน ซึ่งแน่นอนว่า คำตอบคือ "ไม่" แต่วันนี้ "นิค" สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ความพยายามและไม่ยอมแพ้ของเขา ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ทั้งนี้นิคได้บอกทุกคนว่า หากเราเจออุปสรรคร้ายแรง แล้วเราสามารถลุกขึ้นมาได้ เราจะผ่านมันไปได้อย่างเข้มแข็ง ขอเพียงแค่ให้กำลังใจกับตัวเองเท่านั้น อย่างเช่นที่เขาพยายามทำอยู่ในทุกๆ วัน

เห็นไหมล่ะคะ แม้ "นิค" จะมีความบกพร่องทางร่างกาย แต่เขาก็ยังเดินหน้าสู้ต่อไป แถมยังคอยกระตุ้น และให้กำลังใจเพื่อนมนุษย์ที่หมดกำลังใจไปพร้อมๆ กัน แล้วพวกเราล่ะคะ มีแขนขาร่างกายที่สมบูรณ์ครบทุกอย่าง หากวันใดเจออุปสรรคที่เลวร้าย ก็อย่ายอมแพ้ เดินหน้าสู้ต่อไป และหมั่นให้กำลังใจตัวเองเหมือนกับชีวิตของ "นิค วูจิซิค" นะคะ
 
Jan 5 9:01 PM
 
อ้าวลืมบอก ติดต่อคุณกิ๊ฟซี่เธอได้แล้ว จัดการส่งยาไปให้เรียบร้อยโรงเรียนเด็กสมาธิสั้นไปแว้วว เหอ เหอ เหอ
 
Jan 5 8:59 PM
 
ได้ข่าวว่าจะมี concert ที่ร้าน คนสร้างงาน วันที่ 17 ม.ค.นี้ ว่าจะโทรไปบอกแต่เห็นว่า ไม่ชอบ concert ในร้าน และคาดว่าคงมาไม่ได้เนื่องจากไกลมากกก (ขนาด แสดงที่กรุงเทพยังมาม่ายได้เลย) เราก็อยากดูแต่อยากดูในป่า น่ะ ลุงหมูจะไปแสดงมั๊ยแบบว่ามีคนดูซัก 20 คน พอ เบื่อคน เหอ เหอ เหอ
 
Jan 5 7:08 PM
 
เพราะคิดถึงจึงแวะมาทักทายค่ะ คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
Jan 5 1:39 PM
 
ลิงตัวนั้นได้ทำหน้าที่แม่ได้ดีที่สุดแล้วครับ
น่าเศร้าครับถ้าสังคมเรามีเมตตา กรุณา
มุทิตา อุเบกขา ความสงบร่มเย็นจะเกิดขึ้นในสังคมครับ
ทำใจให้มันสนุกเหมือนเพลงของอัสนีและวสันต์ครับ
 
 
Jan 5 12:49 AM
 
ถ้าอ่านหนังสือบนหัวนอนหมด (คงภายในเดือนนี้แหละ) แล้วจะไปหามาอ่าน เออ มันเหงาเหงาบอกไม่ถูก ปีใหม่ก้ออยู่กับพ่อแม่น่ะ แม้จะไม่ตลอด ส่งลิง 2 ตัวไปแก้เหงาพ่อกับแม่ ได้ผลชงัดนักแล เจ้าลิงมันเริงร่าเฮฮาเลยเพราะมีแต่คนตามใจ
 
 
Jan 5 12:37 AM
 
เด็กเกาหลี คนนี้ เก่ง มีอีกหลายคลิป
แต่อันนี้ ดูแล้วรู้สึกดี ดูชื่นชมในฝีมือกันดี
 
Jan 5 12:24 AM
 
วรรณกรรม ขอติดไว้ก่อน ยังไม่ว่าง กำลังเคลียร์งาน จะไปอุดร 2 รอบ และใกล้ตรุษจีน เป็นช่วงที่น่าเบื่อสุดๆ ต้องทำความสะอาดบ้าน อย่างใหญ่หลวง เลี้ยงว่า ล้างบ้านก็ว่าได้ เซ็ง สุด ๆ เพราะแต่ละคน ก็ไม่อยากทำ กันทั้งนั้น

อีแร้ง ไม่สวย เหมือน นกกระสา นกกระยาง

แต่....

อีแร้ง ไม่กินสิ่งมีชีวิต มันกินซากศพ เปรียบเหมือน คนทำบุญหรือการดำเนินชีวิต ไม่ต้องใหญ่โต ไม่ต้องประกาศ ไม่ต้องทำแบบเอาหน้า แต่ไม่เบียดเบียนใคร ไม่เอาของคนอื่นมาเป็นของตน ไม่ว่าจะเป็น เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือ ความมีหน้ามีตา เพราะอีแร้งรูปไม่สวย แต่ไม่ทำร้ายใคร

นกกระยาง นกกระสา ยืน สวย ดูขาว สะอาด บริสุทธิ์ แต่ตามัน คอยจ้องในน้ำ เพื่อฉกปลาเป็นๆกิน มันทำร้ายผู้อื่น ไม่สวย ไม่สะอาด ดั่ง รูปลักษณ์
 
Jan 4 2:06 PM
 
แค่เจตนาดีก็เป็นบุญแล้วครับ
พูดได้ทำได้น่านับถือนะครับ
ลองปล่อยวางจะพบสุขที่ใจครับ
 
 
Jan 4 5:56 AM
 
ครุฑน้อย” วรรณกรรมเยาชน ที่คนโตแล้ว..ควรอ่าน
Posted by ก้างปลาฯ , ผู้อ่าน : 32 , 11:47:21 น.
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน
พิมพ์หน้านี้



สวัสดีปีใหม่ครับ..ท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังสืออ่านสนุก และน่าสนใจ แถมยังมีชื่อน่ารักๆว่า “ครุฑน้อย” มาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกันครับ

ครุฑน้อย เป็นหนังสือเล่มเล็กๆเล่มนึง ที่ได้รับรางวัล วรรณกรรมเยาวชนรางวัลพิเศษ จากงาน
นายอินทร์อะวอร์ด เมื่อปี ๒๕๔๕ ใช่ครับ...ท่านทั้งหลายอ่านไม่ผิดหรอกครับ ปีสองพันห้าร้อยสี่สิบห้า หรือเมื่อประมาณ ๗ ปีมาแล้ว! และจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ ครุฑน้อยได้รับการตีพิมพ์มาแล้วถึง ๔ ครั้ง รวมแล้วมากกว่าหนึ่งหมื่นเล่มด้วยกัน

หลายท่านอาจจะแปลกใจว่า “ครุฑน้อย” นั้นมี “ดี” อะไรขนาดที่จะต้องมาเขียนถึงอีกหลังจากที่ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกมาแล้วถึง ๗ ปีเช่นนี้ แล้วทำไมผมถึงอยากให้ คนที่ “โต” แล้วได้อ่าน



ใคร ๆ ในหมู่บ้านเรียกมันว่า ครุฑน้อย

ครุฑน้อย เป็นเรื่องราวของครุฑกำพร้าตัวเล็กๆ ที่มีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ผิดแผกเหล่ากอจากชาวครุฑทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นปีกที่ผอมลีบ และจมูกที่หุบเข้าออกได้ จนถูกเพื่อนๆชาวครุฑด้วยกันล้อเลียนและมองว่าเป็นตัวประหลาด แต่ความผิดแผกและแตกต่างของมันก็ยังไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เพราะเมื่อถึงเวลาที่ครุฑน้อยเริ่มผลัดขน ขนของครุฑน้อยที่ควรจะเป็นสีแดงเพลิงเช่นเดียวกันกับครุฑตัวอื่นๆ ก็กลับกลายเป็นว่ามันงอกออกมาเป็นสีดำปิ๊ดปี๋แทน ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้นี่เอง ครุฑน้อยจึงถูกเพื่อนๆ และสังคมครุฑรังเกียจ จนต้องถูกขับไล่ให้ไปอยู่นอกเมือง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ครุฑน้อยก็ไม่ได้โดดเดี่ยวไปซะทีเดียว เพราะครุฑน้อยก็พอจะมีเพื่อนอยู่บ้างเหมือนกัน เพียงแต่เพื่อนของครุฑน้อยออกจะดู “แปลกๆ” อยู่บ้าง อย่างเช่น แม่ไก่ที่ชอบลุกขึ้นมาขันตอนกลางคืน กาสาวตัวขาวเผือกที่คิดว่าตัวเองเป็นนกคีรีบูน (แถมยังชอบร้องเพลงอีกต่างหาก) และเป็ดหนุ่มผู้มุ่งมั่นว่าชีวิตนี้จะไม่ยอมแตะเท้าลงน้ำเด็ดขาดเพราะมันว่ายน้ำไม่เป็น! รวมไปถึงลุงสัปเหร่อครุฑที่ใครต่อใครพากันบอกว่าแกเป็นใบ้ (ลุงสัปเหร่อครุฑเป็นอีกตัวละครนึงที่ผมชอบมากๆในเรื่องนี้ครับ) ครุฑน้อยตัวดำๆจึงยังพอมีสังคมเล็กๆ ที่ยอมรับในสิ่งที่มันเป็น

การเป็นครุฑที่ “ดี” สำหรับครุฑทั่วๆไปนั้น อาจจะดูว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเย็นอะไรนัก แต่สำหรับครุฑน้อยแล้ว มันกลับเป็นสิ่งที่ยากมากๆที่จะเป็นให้ได้ตามกฎและข้อปฏิบัติของครุฑที่สมบูรณ์แบบทั้ง ๖ ข้อ ได้แก่

๑. ต้องมีขนสีแดง

๒. ต้องมีปีก

๓. ต้องบินได้

๔. ต้องไม่ตกปลาแบบมนุษย์

ต้องไม่ขันแบบไก่

ต้องไม่ว่ายน้ำแบบปลา

ต้องไม่ปีนต้นไม้แบบสัตว์อื่นๆ

๕. ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับนาค

๖. ต้องมีคุณสมบัติตามข้อที่ ๑-๕ ทุกประการ

กฏหกข้อในหมู่บ้านครุฑที่ว่ามานั้น ครุฑทุกตัวสามารถปฏิบัติตามได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน จะมียกเว้นก็แต่ครุฑน้อยเพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่แม้แต่กฎง่ายๆสามข้อแรกของหมู่บ้านก็ยังทำไม่ได้ ครุฑน้อยไม่ได้มีขนสีแดง และแม้ว่าจะมีปีกเล็กๆแปะอยู่บนหลัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะโผบินได้เช่นเดียวกันกับครุฑตัวอื่นๆ เพราะไม่ว่ามันจะพยายามมากมายซักเท่าไหร่ ปีกอันเล็กกระจิ๊ดริดของมัน ก็ยังไม่เคยพาให้ครุฑน้อยบินได้เลยสักครั้งเดียว ครุฑน้อยจึงออกผจญภัยเพื่อตามหาครุฑเฒ่าผู้วิเศษ ที่ครุฑหนุ่มในหมู่บ้านได้กล่าวถึงว่าจะสามารถช่วยสอนให้มันบินได้

ครุฑน้อยออกเดินทางเพื่อ “ค้นหา” บางสิ่งบางอย่าง แต่กลับได้ “ค้นพบ” อะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างเกินกว่าที่มันคาดหวังเอาไว้มากมายนัก



ถึงแม้ “ครุฑน้อย” จะเป็นวรรณกรรมเยาวนชน แต่ก็ถูกบรรจงเขียนขึ้นด้วยภาษาที่สวยงาม เรียบง่าย สอดแทรกการประชดประชัน และเสียดสีสังคมได้อย่างแยบคาย หากแต่ยังคงไว้ซึ่งอารมณ์ขัน พร้อมกับแฝงด้วยแง่คิดที่ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมชาติของความคิดครุฑ (มนุษย์) ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี ความแตกต่างของชนชั้นในสังคม การคิดนอกกฎทำนอกกรอบ เบื้องหน้า...เบื้องหลังความสำเร็จต่างๆ จนถึงความฝันครั้งยังเยาว์วัย (ที่ผู้ใหญ่หลายๆคนมักทำหล่นหายหรือหลงลืมไปเมื่อโตขึ้น) ซึ่งผู้เขียนตั้งใจใส่เอาไว้เพื่อ “สื่อสาร” ไปถึงผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่ด้วยกัน

ตลอด ๗ ปีที่ผ่านมาที่ “ครุฑน้อย” ได้แทรกตัวอยู่บนชั้นหนังสือของผม ไม่มีปีไหนเลยที่ผมจะลืมหยิบหนังสือเล็กๆเล่มนี้มาอ่าน เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่ผมหยิบมาอ่านบ่อยครั้งที่สุดก็ว่าได้ (จะเป็นรองก็พจนานุกรม) ทุกครั้งที่ผมพลิกหน้าหนังสือเล่มนี้ ครุฑน้อยได้ “สอน” แง่คิดและมุมมองให้กับผมเพิ่มมากขึ้นแทบทุกครั้ง และในอีกหลายๆครั้งที่ครุฑน้อยได้ช่วย “จุด”ประกายความคิดเล็กๆบางอย่างให้กับผมได้มากกว่าตำราเล่มหนาๆบางเล่มเสียอีก





ผมเชื่อว่าหากท่านผู้อ่านได้ลองสัมผัสกับ “ครุฑน้อย” ซักครั้งแล้ว ท่านจะหลงรักหนังสือเล่มนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นเลยทีเดียว







แสดงความคิดเห็น | ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน | แจ้งเตือนเรื่องไม่เหมาะสม

อ่านความคิดเห็น
 
Jan 4 5:32 AM
 
บอกได้คำเดียวว่า...

เฮ้ออออออออออออ

...สู้โว้ย....
 

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks